ข้ามถนนอย่างไรจึงจะปลอดภัย
การจราจรในท้องถนนทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า มีปริมาณรถยนต์ที่ใข้ถนนกันอย่างมากมาย จนทำให้เกิดปัญหารถติด การจราจรติดขัดกันไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านชุมชน และในเขตตัวเมือง ยิ่งรัฐบาลได้จัดให้มีโครงการรถคันแรกสามารถขอคืนภาษีได้ ทำให้รถในบ้านเมืองเราขายดิบขายดีกันจนถึงขนาดผลิตให้ลูกค้าไม่ทัน ต้องจองคิวกันยาวเหยียดกว่าจะได้รับรถ เป็นเหตุให้ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มากตามไปด้วย เรื่องนี้ก็ไม่ได้ว่าใครหรอกนะ เพราะใคร ๆ ก็อยากได้ อยากดี อยากมี อยากสบาย กันทั้งนั้นแหละ เมื่อมีโอกาสก็ต้องใช้สิทธิ์กับเขาบ้างจริงไหม ถ้าคุณมีโอกาสเช่นเดียวกันคุณยังอยากใช้บ้างเลย
ส่วนเรื่องที่อยากจะพูดถึงในวันนี้ เป็นเรื่องของคนข้ามถนน เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ในยุคปัจจุบันมีมีวิวัฒนาการที่สูงขึ้น ทำให้รถยนต์สามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ผู้เขียนเองบางครั้งขณะที่กำลังขับรถแซงรถคันหน้าอยู่ยังไม่ทันจะพ้นเลย พอมองกระจกส่องด้านหลังก็ต้องตกใจ
เนื่องจากพบว่ามีรถมาจ่ออยู่ที่ท้ายรถเราแล้ว พร้อมกระพริบไฟหน้าใส่ท้ายเรา แว๊บ ๆ ให้อีกต่างหาก ประมาณว่าหลีกทางให้กูเดี่๋๋ยวนี้นะ อย่าชักช้า ทำอย่างกับว่าถนนนี้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่รู้ว่าบิดามารดา เขามาสร้างให้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเขาคิดว่าเขาเสียภาษีรถยนต์คนเดียวรึไงก็ไม่ทราบ
ถึงได้ขับรถกร่างซะขนาดนั้น แต่ เอะ ! ก่อนที่จะแซงคันหน้าก็ว่าดูดีแล้วนี่นา ไม่เห็นจะมีรถคันไหนมาเลย แล้วนี่อะไรกันมันแค่กระพริบตาทีเดียวเท่านั้นเอง มาแล้ว มาจากไหน ละหนอนี่ ตอนแซงคันหน้าก็ไม่ได้ไปแซงตัดหน้าใครนี่นา แล้วผู้เขียนก็ต้องทำรถตัวเองให้ รีบ ๆ เล็ก ๆ เพื่อหลบลงช่องทางซ้าย ให้เขาได้รีบ ๆ ไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ขณะที่กำลังขับรถคู่ชีพเพื่อเดินทางไปทำงานที่ต่างอำเภอ บนถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพ บริเวณด่านเก็บเงินที่เขาไม่ใช้แล้วหน้าซีเกรท ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี เห็นจะได้ แกเดินข้ามถนนจากช่องทางจราจรด้านซ้าย เพื่อข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่งที่อยู่ตรงข้าม แกเดินข้ามถนนอย่างใจเย็นมาก หันมามองรถทางด้านขวามือบ้างเล็กน้อยแล้วแกก็เดินเรื่อย ๆ ต่อไป คงคิดว่าอีกตั้งไกลรถยังมาไม่ถึงหรอกอะไรประมาณนี้ ผู้เขียนเห็นคุณป้าแกข้ามแล้วต้องลดความเร็วของรถลงไม่เช่นนั้นต้องชนแกแน่นอน เพราะยังไงเสียแกก็เดินข้ามไม่ทันหรอก จึงได้เหยียบเบรคเพื่อลดความเร็วรถลง ป้าแกชำเลืองตามองนิดนึงแล้วก็เดินข้ามอย่างเอื่อยเชื่อยต่อไป ในขณะนั้นก็มีรถที่ขับเร็วกว่าตามหลังมาเมื่อเห็นรถของผู้เขียนขับช้าก็เร่งความเร็วเพื่อแซงขึ้นมาด้านขวาโดยที่ยังมองไม่เห็นว่ามีคนข้ามถนนอยู่ ก็ใครจะไปคิดว่าจะมีคนข้ามถนนบริเวณนั้น เมื่อเขาเร่งความเร็วแซงขึ้นมาพบคุณป้าแกเดินข้ามถนนอยู่อย่างเชื่องช้า เขาก็ต้องเหยีบเบรคแทบไม่ทัน เพื่อลดความเร็วลงและโยกจากช่องทางขวามาช่องทางซ้ายอย่างรวดเร็วและกระชั้นชิดตัดหน้ารถของผู้เขียนไป ซึ่งผู้เขียนเองก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ตอนที่เขาแซงขึ้นมาเราก็เห็นแล้วเราจึงลดความเร็วของเราลง เพื่อให้เกิดช่องว่างด้านซ้าย เขาจะได้โยกหลบคุณป้านั้นได้ทัน แต่ถ้าเขาเยียบเบรครถ ก็จะเป็นการหยุดรถอย่างกระทันหันถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และไม่สามารถหยดรถได้ทันการณ์อย่างแน่นอนยังไงก็ต้องชน
คุณป้าคนนั้น จะรู้บ้างไหมหนอ ที่คุณป้าเดินข้ามถนนไปนั้นชาวบ้านเขาเดือดร้อน รถที่เขาวิ่งมาและไม่ชนคุณป้าน่ะ เป็นเพราะว่าเขาเบรคกันหัวทิ่มหัวตำ และเขาก็ให้พรที่คุณป้าได้ยินแล้วไม่อยากจะได้ในรถกันด้วย คุณป้าค่ะ คุณป้าไม่ทราบและไม่ได้ยินหรอกว่าเขาพูดอย่างไรบ้าง แล้วคุณล่ะเคยพบเหตุการณ์เช่นนี้บ้างหรือไม่ หรือเคยมีพฤติกรรมการข้ามถนนอย่างคุณป้าท่านนี้หรือไม่ อย่างไรกันบ้างคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น