วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข้ามถนนให้ปลอดภัย

ข้ามถนนอย่างไรจึงจะปลอดภัย

         การจราจรในท้องถนนทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า  มีปริมาณรถยนต์ที่ใข้ถนนกันอย่างมากมาย  จนทำให้เกิดปัญหารถติด  การจราจรติดขัดกันไปหมด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านชุมชน  และในเขตตัวเมือง ยิ่งรัฐบาลได้จัดให้มีโครงการรถคันแรกสามารถขอคืนภาษีได้  ทำให้รถในบ้านเมืองเราขายดิบขายดีกันจนถึงขนาดผลิตให้ลูกค้าไม่ทัน   ต้องจองคิวกันยาวเหยียดกว่าจะได้รับรถ     เป็นเหตุให้ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้น  โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มากตามไปด้วย     เรื่องนี้ก็ไม่ได้ว่าใครหรอกนะ เพราะใคร ๆ ก็อยากได้ อยากดี อยากมี อยากสบาย กันทั้งนั้นแหละ   เมื่อมีโอกาสก็ต้องใช้สิทธิ์กับเขาบ้างจริงไหม  ถ้าคุณมีโอกาสเช่นเดียวกันคุณยังอยากใช้บ้างเลย
         ส่วนเรื่องที่อยากจะพูดถึงในวันนี้  เป็นเรื่องของคนข้ามถนน    เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ในยุคปัจจุบันมีมีวิวัฒนาการที่สูงขึ้น   ทำให้รถยนต์สามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น  ผู้เขียนเองบางครั้งขณะที่กำลังขับรถแซงรถคันหน้าอยู่ยังไม่ทันจะพ้นเลย   พอมองกระจกส่องด้านหลังก็ต้องตกใจ
เนื่องจากพบว่ามีรถมาจ่ออยู่ที่ท้ายรถเราแล้ว  พร้อมกระพริบไฟหน้าใส่ท้ายเรา แว๊บ ๆ ให้อีกต่างหาก ประมาณว่าหลีกทางให้กูเดี่๋๋ยวนี้นะ อย่าชักช้า  ทำอย่างกับว่าถนนนี้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่รู้ว่าบิดามารดา เขามาสร้างให้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่  หรือเขาคิดว่าเขาเสียภาษีรถยนต์คนเดียวรึไงก็ไม่ทราบ
ถึงได้ขับรถกร่างซะขนาดนั้น  แต่ เอะ ! ก่อนที่จะแซงคันหน้าก็ว่าดูดีแล้วนี่นา ไม่เห็นจะมีรถคันไหนมาเลย  แล้วนี่อะไรกันมันแค่กระพริบตาทีเดียวเท่านั้นเอง  มาแล้ว  มาจากไหน ละหนอนี่  ตอนแซงคันหน้าก็ไม่ได้ไปแซงตัดหน้าใครนี่นา  แล้วผู้เขียนก็ต้องทำรถตัวเองให้ รีบ ๆ เล็ก ๆ  เพื่อหลบลงช่องทางซ้าย  ให้เขาได้รีบ ๆ ไปอย่างรวดเร็ว   วันนี้ขณะที่กำลังขับรถคู่ชีพเพื่อเดินทางไปทำงานที่ต่างอำเภอ บนถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพ   บริเวณด่านเก็บเงินที่เขาไม่ใช้แล้วหน้าซีเกรท  ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี เห็นจะได้  แกเดินข้ามถนนจากช่องทางจราจรด้านซ้าย   เพื่อข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่งที่อยู่ตรงข้าม  แกเดินข้ามถนนอย่างใจเย็นมาก  หันมามองรถทางด้านขวามือบ้างเล็กน้อยแล้วแกก็เดินเรื่อย ๆ ต่อไป คงคิดว่าอีกตั้งไกลรถยังมาไม่ถึงหรอกอะไรประมาณนี้   ผู้เขียนเห็นคุณป้าแกข้ามแล้วต้องลดความเร็วของรถลงไม่เช่นนั้นต้องชนแกแน่นอน  เพราะยังไงเสียแกก็เดินข้ามไม่ทันหรอก จึงได้เหยียบเบรคเพื่อลดความเร็วรถลง ป้าแกชำเลืองตามองนิดนึงแล้วก็เดินข้ามอย่างเอื่อยเชื่อยต่อไป  ในขณะนั้นก็มีรถที่ขับเร็วกว่าตามหลังมาเมื่อเห็นรถของผู้เขียนขับช้าก็เร่งความเร็วเพื่อแซงขึ้นมาด้านขวาโดยที่ยังมองไม่เห็นว่ามีคนข้ามถนนอยู่ ก็ใครจะไปคิดว่าจะมีคนข้ามถนนบริเวณนั้น   เมื่อเขาเร่งความเร็วแซงขึ้นมาพบคุณป้าแกเดินข้ามถนนอยู่อย่างเชื่องช้า เขาก็ต้องเหยีบเบรคแทบไม่ทัน  เพื่อลดความเร็วลงและโยกจากช่องทางขวามาช่องทางซ้ายอย่างรวดเร็วและกระชั้นชิดตัดหน้ารถของผู้เขียนไป  ซึ่งผู้เขียนเองก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ตอนที่เขาแซงขึ้นมาเราก็เห็นแล้วเราจึงลดความเร็วของเราลง  เพื่อให้เกิดช่องว่างด้านซ้าย เขาจะได้โยกหลบคุณป้านั้นได้ทัน แต่ถ้าเขาเยียบเบรครถ ก็จะเป็นการหยุดรถอย่างกระทันหันถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และไม่สามารถหยดรถได้ทันการณ์อย่างแน่นอนยังไงก็ต้องชน
         คุณป้าคนนั้น จะรู้บ้างไหมหนอ ที่คุณป้าเดินข้ามถนนไปนั้นชาวบ้านเขาเดือดร้อน  รถที่เขาวิ่งมาและไม่ชนคุณป้าน่ะ   เป็นเพราะว่าเขาเบรคกันหัวทิ่มหัวตำ  และเขาก็ให้พรที่คุณป้าได้ยินแล้วไม่อยากจะได้ในรถกันด้วย  คุณป้าค่ะ  คุณป้าไม่ทราบและไม่ได้ยินหรอกว่าเขาพูดอย่างไรบ้าง  แล้วคุณล่ะเคยพบเหตุการณ์เช่นนี้บ้างหรือไม่  หรือเคยมีพฤติกรรมการข้ามถนนอย่างคุณป้าท่านนี้หรือไม่ อย่างไรกันบ้างคะ