รักลูกอย่างไรถึงจะดี
ความรักที่เราได้พบในครั้งนี้เป็นความรักของแม่ที่มีต่อลูก
เรื่องก็มีอยู่ว่า
วันนี้ขณะที่เรากำลังทำงานวุ่นวายอยู่กับนักเรียนที่มาขอสอบจุดประสงค์การเรียนรู้ใหม่ เนื่องจากสอบไม่ผ่าน
และตอนนี้ก็ใกล้จะสอบปลายภาคเรียนแล้ว
ถ้าใครเป็นคุณครูสอนนักเรียนระดับมัธยมคงพอจะนึกภาพออก ก็มีผู้ปกครองนักเรียนมาขอพบเรา
บอกว่ามาพบเรื่องหนังสือของลูก เนื่องจากลูกไปบ่นให้ฟังว่าไม่มีหนังสือไปส่งคืนครู
แล้วครูจะให้ติด “ร”และบอกกับเราว่าเป็นคนจัดหนังสือให้ลูกตลอดไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้เลย
คุณครูไม่ได้ให้มา แล้วจะมาให้ส่งคืนได้อย่างไร จะเอาหนังสือที่ไหนมาส่ง
ไปหาซื้อในเมืองแล้วก็ไม่มีขาย
เราก็นึกสงสัยในทันทีว่านี่แม่จัดหนังสือให้ลูกตลอดเลยหรือ เอะ ! แล้วตกลงใครเป็นคนเรียนกันแน่
แม่หรือลูก
เราได้ชี้แจงวิธีการให้เด็กนักเรียนใช้หนังสือยืมเรียนให้ฟังว่ามีวิธีดำเนินการอย่างไรบ้าง
คุณแม่ท่านนี้ก็ยืนยันว่าลูกของตนขาดเรียนบ่อย
ครูอาจจะให้หนังสือในวันที่เขาไม่มาเรียนจึงไม่ได้รับหนังสือไป
หลังจากได้พูดคุย สอบถามชื่อลูกแล้ว
ก็รู้ว่าเป็นใคร และเรียนวิชาใด เมื่อตรวจสอบหลักฐานที่ครูมีอยู่ ก็พบว่า
ลูกไม่ได้ทำงานส่งครูเลย การบันทึกคะแนนกิจกรรมปฏิบัติในช่องที่มีชื่อลูกและเพื่อน
ๆ ในกลุ่มของลูกมีคะแนนปรากฏให้เห็นประมาณสัก 10 % ของคะแนนทั้งหมด คะแนนอื่น ๆ
มีครบ ทุกช่อง เนื่องจากเขาไม่ได้ขาดเรียนในวันที่มีวิชาของเราเลย"งั้นคุณแม่เชิญลูกมาพบครูด้วยเลยดีไหม"คุณแม่ก็จัดการโทรศัพท์หาลูกให้มาพบคุณครู
ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาที่นักเรียนพักรับประทานอาหารกลางวันไปประมาน 30 นาทีแล้ว
ลูกบอกว่ากำลังสอบอยู่มาพบคุณแม่และครูไม่ได้
ไม่เป็นไรเอาละถ้าคุณแม่ว่าไม่ได้หนังสือก็ไม่เป็นไร
คุณแม่เอาเล่มใหม่ไปให้ลูกทำงานส่งครูนะ ลูกรู้ทั้งหมดแล้วว่าทำอะไร ที่ไหน
หน้าไหน และทำอย่างไร เดี๋ยวคะแนนรวมจะได้น้อยอาจจะไม่ผ่านวิชานี้ก็ได้นะ
คือได้คะแนนรวมทั้งหมดไม่ถึง 50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100คะแนน
คุณแม่ท่านนี้ก็ขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณครู
และรับหนังสือเล่มใหม่กับไปให้ลูกเพื่อทำงานส่งครูต่อไป เวลาผ่านไปสองชั่ว
บังเอิญได้พบนักเรียนคนนั้นอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่เรียนด้วยกัน
ก็เลยสอบถามเรื่องหนังสือไป เพื่อนคนหนึ่งก็หันไปพูดกันเธอว่า
เธอเคยบอกว่าหนังสือหายไปไหนไม่รู้ไง อ้าวแล้วไหนบอกแม่ว่าไม่ได้หนังสือ
เพื่อนคนอื่นก็ยืนยันว่าเธอได้รับแล้ว
ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่านักเรียนรับหนังสือไปแล้วไม่รับผิดชอบ
ไม่ใส่ใจดูแลหนังสือเท่าที่ควร
และไม่ใส่ใจใช้หนังสือนั้นทำกิจกรรมส่งครูเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา
และไม่เคยบอกครูว่าหนูยังไม่ได้หนังสือ หรือหนังสือหนูหาย
เธอเพิ่งจะมาเดือนร้อนเพราะครูแจ้งว่าใครไม่คืนหนังสือครูจะให้ติด“ร”
ไว้ก่อนจนกว่าจะนำหนังสือมาส่งคืนนี่เอง
จากนั้น
สามทุ่มครึ่งคุณแม่ก็โทรมาหาคุณครู ถามว่าที่ให้ทำงานส่งนั้น ทำอะไรตรงไหนบ้าง เนื่องจากตอนนี้การบ้านลูกเยอะมากลูกกำลังทำวิชาอื่นอยู่
เราคิดในใจทันทีจะไม่เยอะได้อย่างไร เฉพาะของครูทั้งหมดที่ยังไม่ได้ทำส่งนี่นะ
เขาใช้เวลาเรียนกันตั้ง 8 สัปดาห์ ๆ ละ 2 ชั่วโมง แล้วจะทำให้เสร็จภายในวันสองวันนี้จะไหวรึ
เฮ้อ !ครูละ....เนื่อยแทนคุณแม่ ได้แค่คิดในใจไม่ได้ว่าอะไรเขาไปหรอก
แล้วก็อธิบายงานทั้งหมดให้คุณแม่ฟังอย่างละเอียดยิบ เหมือนตอนที่สอนนักเรียนเลย
เมื่อเขาใจตรงกันแล้วระหว่างคุณแม่กับคุณครู คุณแม่ก็ขอบคุณและวางสายโทรศัพท์ไป
จากเหตุการณ์ที่เล่ามาทั้งหมดนี้
ทำให้เราได้พบว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูกนั้นมันยิ่งใหญ่มากมายนัก
ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก ช่วยเหลือลูก
เป็นเดือดเป็นร้อนแทนในงานที่ลูกพอกหางหมูเอาไว้
แต่รักนี้ในความเห็นของเราเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่แต่ไม่ถูกทางซะมากกว่านะ ลูกมาเรียนไม่มีหนังสือทำงานส่งครู ไม่เคยทุกข์ร้อน เขาส่งงานได้คะแนนกันไม่สน ในระหว่างชั่วโมงเรียน นั่งเล่น คุย แอบเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ
แมวชอบความเป็นอิสระ ไม่ชอบให้กักข้งไว้นะ
ธรรมชาติของแมวมักจะชอบความเป็นอิสระ ไม่ชอบให้มนุษย์เลี้ยงแบบกักขังไว้ แมวเป็นนักล่าไม่ชอบหยุดนิ่ง พร้อมที่จะจู่โจมทุกเมื่อในเวลาที่พบสิ่งที่เป็นเยื่อของ หนู นก จิ้งจก แมลง และสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก อย่าได้มาให้เห็นเป็นอันขาด
เราเป็นคนที่รักและชอบแมวมาก
ๆ อาจคงเป็นเพราะว่าเราเกิดปีขาลก็เป็นได้
เสือเราไม่สามารถนำมาเลี้ยง มากอด มาอุ้ม ให้ข้าวให้น้ำได้
ก็เลยชอบแมวรักแมวแทนละกัน ที่บ้านเราเลี้ยงแมวไว้ทั้งหมด 4 ตัว
แต่ละตัวมีที่มาแตกต่างกัน ตัวแรกเป็นแมวเปอร์เซียสีเทา ตัวผู้ ได้มาตอนเป็นเด็ก ๆ
อายุประมาณ 3 เดือน ชื่อว่า “พ่อเพชร” มีคนให้มาเนื่องจากเขาเป็นแมวที่สุขภาพไม่ค่อยดี
เขาจะถ่ายบ่อยและมีกลิ่นเหม็นมาก และจะเลอะเทอะบริเวณขนที่ก้นตลอด ต้องนำไปล้างน้ำตลอดไม่งั้นจะแห้งติดเจ้าของเดิมเคยพาไปหาสัตว์แพทย์แล้วพบว่าเขาทานปลาทะเลไม่ได้จะท้องเสียตลอด
ก็ไม่เป็นไรเราเลี้ยงเองก็ได้เพราะเราอยากได้แมวเปอร์เซียอยู่แล้วนี่
ก็เลี้ยงกันด้วยอาหารเม็ดยี่ห้อดัง ๆ ราคาแพง ๆ กันมาตลอด
เขาไม่ขอบกินข้าวคลุกปลาทูนะ แต่เขาจะทานปลาทูนึ่งอย่างเดียว และอาหารเม็ด
 |
| เพชรเองครับผม |
จนกระทั่งโตเป็นหนุ่มวัยรุ่นละ
ในบ้านมีแมวตัวเดียวก็สงสารเขาไม่มีเพื่อนเล่น
บางวันเราก็ไม่มีเวลาได้เล่นกับเขาสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดวางแผนว่าจะต้องไปหาลูกแมวอีกสักตัวมาเป็นเพื่อนเล่นกับเขา
เพราะถ้าเป็นลูกแมวตัวเล็กน่าจะเข้ากับเขาได้
ก็ไปเสาะหาแมวที่อยากได้ตัวต่อไปคือแมวลายเสือสีเหลืองตัวผู้
มีคนบอกว่าที่บ้านเขามีเป็นลูกแมวอยู่เลยสองตัวด้วยเป็นตัวผู้หมดเลย
เขาบอกว่าที่บ้านกำลังจะนำไปปล่อยวัดเพราะไม่มีใครเลี้ยง เราก็เลยรีบเดินทางไปรับทันที
พอไปถึงพบว่าสีเหลืองตัวผู้สองตัวนั้นตัวเล็กมากๆ
ถ้าเอามาให้พ่อเพชรเล่นมีหวังไม่โตกันพอดี แต่มีอีกตัวหนึ่งสีลายเสือเขียว ๆ ดำ ๆ
ไม่สวยหรอกเป็นเพศเมีย โตกว่าหน่อยหนึ่ง ก็เลย “เอาตัวนี้ก็ได้วะ เดี๋ยวพอโตก็เอาไปทำหมันก็ได้”
และก็ได้เธอมาเป็นเพื่อนเล่นกับพ่อเพชร แต่เธอเป็นลูกแมวตัวเล็ก ก็เลยได้ชื่อว่า “แม่เล็ก”
และก็มีพ่อเพชรเป็นผู้ดูแลแม่เล็กและเป็นของเล่นที่ดีของพ่อเพชร
เมื่อแม่เล็กโตเป็นสาว เริ่มมีตัวผู้จากที่อื่นแอบเข้ามาจีบในตอนกลางคืนดึก
ๆ
ทำให้พ่อเพชรต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยเพราะจะถูกแมวที่อื่นเข้ามากัดและเกิดการต่อสู้กันขึ้น
ปัญหาก็มีอยู่ว่าพ่อเพชรเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียขนยาว
เมื่อมีแผลที่ตัวและเกิดการอักเสบเราจะไม่รู้และมองไม่เห็น บางครั้งเราไปอุ้มถูกแผลเขาก็จะโกรธและกัดเราบ้างเพราะเขาเจ็บ
เราจะรู้เมื่อมันอักเสบมากจนมีหนองไหลมาให้เห็นนั่นแหละ
ถึงตอนนี้ก็ต้องหอบหิ้วไปให้หมอล้างแผล ทำแผลให้แล้วละเพราะเราไม่สามารถทำเองได้
เขาจะไม่ยอมและดิ้นรนที่จะหนีอาจจะเป็นเพราะกลัวคนแปลกหน้าและเจ็บเพราะวิธีการล้างแผลก็คือต้องตัดขนบริเวณที่เอกเสบออก
เปิดหาปากแผลและคว้านเข้าไปใต้ผิวหนังในขณะใช้น้ำยาล้างแผล
ตอนนี้ต้องช่วยกันจับเพราะแมวเปอร์เซียแรงเยอะมากเราจับเองก็เอาไม่อยู่และต้องระวังจะโดนเขางับเอาด้วยนะ
หมอบอกว่าถ้าไม่ล้างแผลทำแผลให้ดี และต้องฉีดยาฆ่าเชื้อและแก้อักเสบเขาก็จะไม่หายและจะกลับมาอักเสบอีก
และถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำอะไรเลยแผลก็จะลุกลามไปเรื่อย ๆ และตายไปในที่สุด
นึกภาพแล้วก็คงจะเจ็บปวดทรมานน่าดู ก็เลยต้องยอมให้หมอล้างแผลและทำแผลฉีดยาอีกประมาณสามวัน
หลังจากนั้นก็ต้องป้อนยาเม็ดกันต่ออีกสามสี่วัน ค่ารักษาเบ็ดเสร็จแล้วก็ 1,000
บาท เสียดายเงินค่ารักษาก็เสียดาย แต่ความรักแมวมีมากกว่า
ก็เลยต้องยอมจ่ายทั้งที่เงินรายได้ก็ไม่ค่อยจะดีหรอก เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำประมาณเดือนละครั้ง
จนพ่อเพชรกลัวคนแปลกหน้าและไม่กล้าออกจากบ้านไปไหนเลยจะอยู่บ้านชั้นสองตลอด
จะลงมาชั้นล่างก็ต่อเมื่อเราเลิกงานมาแล้วได้ยินเสียงรถเราจอดเมื่อไรก็จะรีบลงมานั่งรอรับ
ถ้าไม่มารอรับก็จะชะโงกหน้ารออยู่ที่ขั้นบันไดบ้าน หรือถ้าข้าหน่อยก็ ไม่ขึ้นมาชั้นสองสักทีนั่นแหละจะลงไปตามและเรียกร้องเสียงดัง
ๆ ประมาณว่า “ทำไมไม่ขึ้นมาซักทีนะ” ส่วนแม่เล็กเธอก็เริ่มตั้งท้องเสียแหละยังไม่ทันได้ทำหมันเลย
“เอ้แล้วแม่เล็กจะท้องกับตัวไหนนะจะมีลูกพ่อเพชรบ้างรึเปล่า อ้าวรอลุ้นกันต่อไปนะ”

ผมถั่วเขียวเองครับ
หลังจากนั้นไม่นานนัก
แม่เล็กก็คลอดลูกแมวออกมาทั้งหมดสามตัว มีเพศเมีย 1ตัว สีดำสนิทและเพศผู้ลายเสือเหมือนแม่เล็กอีก
2 สรุปได้ว่าไม่มีผลผลิตของพ่อเพชรซะแล้ว
เมื่อลูกแมวทั้งสามเริ่มซนเหมือนเด็กพ่อเพชรก็เลยไม่เหงาแล้วเพราะมีตัวยุ่งตั้งสามตัวป่วนบ้านไปหมด
วันหนึ่งเราได้ซื้อเครื่องดีวีดีมาเพื่อเปิดดูชีรีย์เกาหลีกับเขาบ้าง
ปรากฏว่าเจ้าสามตัวป่วนช่วยกันจัดการเล่นสายต่ออะไรต่อมิอะไรซะใช้เปิดดูได้ประมาณสามวันก็ใช้ต่อไม่ได้ซะแล้วเนื่องจากสายเชื่อมต่อระบบต่าง
ๆ ชำรุด เจ้าสามตัวที่ว่านี้มีชื่อว่า “ถั่วดำ” “ถั่วเขียว” และ “ถั่วเหลือง” เจ้าถั่วเขียวจะดูค่อนข้างเกะกะหน่อยเพราะขาเขาจะยาวมาก
ตอนแรกเราก็ตกใจเหมือนกันคิดว่าขาเขาจะพิการ แต่พอโตขึ้นมาก็ปกติดี เดินได้
แต่เขาจะมีลำตัวและขายาวมาก เราและสมาชิกทุกคนในบ้านช่วยกันดูแลเจ้าสามตัวเป็นอย่างดี
อยู่มาวันหนึ่งเจ้าถั่วเขียวก็หายออกจากบ้านไปในตอนนั้นเป็นวัยเด็กที่กำลังซุกชน
สันนิฐานว่ามีรถเมล์เข้ามาจอดซ่อมในบ้าน เจ้าถั่วเขียวคงจะกระโดดขึ้นไปเล่น
แล้วรถเมล์คันนี้ก็ออกไป พร้อมกับการหายไปของเจ้าถั่วเขียว
การหายไปของถั่วเขียวทำให้เราและสมาชิกในบ้านช่วยกันคิดว่า
ถ้าที่เหลือหายไปอีกทำอย่างไรเราจึงจะได้เขาคืนมานะ
ก็ได้วิธีหนึ่งว่าใส่ปลอกคอให้เขาแล้วเขียนชื่อเจ้าของพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้เอาเทปใสติดไว้ที่ปลอกคอน่าจะดี
ว่าแล้วก็ลงมือจัดการกันใหญ่ พอนานวันเข้า ชื่อเบอร์โทรที่เขียนติดไว้เริ่มสกปรก
เลอะเทอะ ก็เลยไม่ได้เขียนใส่ไว้ใหม่ และไม่มีสมาชิกตัวใดหายไปอีก
เวลาล่วงเลยผ่านไป
ถั่วดำและถั่วเขียวเริ่มโตเป็นหนุ่มเป็นสาว
ปัญหาที่ตามมาก็คือมีแมวจากที่อื่นเข้ามาจีบและเจ้าเพชรเริ่มถูกทำร้ายอีก
ก็เลยตัดสินใจทำหมันให้แม่เล็ก ถั่วเขียวและถั่วดำ โดยคุณหมอคิดค่าทำหมันเพศผู้ 200 บาท
เพศเมีย 300 บาท
ราคาไม่เท่ากันเพราะคุณหมอบอกว่าเพศเมียทำยากกว่าเพศผู้
หลังจากทำหมันกลับมาบ้านคุณหมอก็สั่งว่าอย่าให้เขาเลียแผลนะเดี๋ยวแผลจะแฉะไม่หาย และต้องมาเย็บใหม่
พร้อมทั้งแนะนำให้ใส่ที่ครอบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เลียแผลตัวเองได้
ผ่านไปสามวันแผลเริ่มมีปัญหา
เพราะเขาสามารถเลียแผลตัวเองได้ ก็เลยกลับไปให้หมอดูอีก
หมอบอกว่าต้องเย็บใหม่เนื่องจากแผลแฉะน้ำลายที่เขาเลียและไม่แห้ง เอาละซี
งานเข้าอีกแล้ว ว่าแล้วคุณหมอก็จัดการเย็บแผลให้ใหม่
และคิดค่าทำแผลใหม่อีกคราวนี้คุณหมอบอกว่าคิดแค่ครึ่งหนึ่งก็พอแล้ว
ก็ค่อยยังชั่วหน่อยนึกว่าจะต้องเสียเงินใหม่เต็ม ๆ ซะแล้ว แต่ที่แน่ ๆ
คือต้องเปลี่ยนที่ครอบหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมอีก เพื่อไม่ให้เขาจะสามารถเลียแผลได้อีก
ก็เกิดปัญหาใหม่ตามมาอีกคือเจ้าถั่วเขียวเขาหนักหน้ายกหัวไม่ค่อยจะขึ้นเวลาเดินก็เดินหัวทิ่มไปก่อน
ดูไปก็ตลกดีเหมือนกัน เวลาจะทานอาหารเม็ดหรืออะไรก็จะต้องถอดออกก่อน อยู่มาไม่นานถั่วดำก็หายออกจากบ้านไปอีก 1 ตัวหลังจากที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
http://campus.sanook.com/1242937/10-อันดับ-พันธุ์แมวที่สวยที่สุด/